
ยามบ่ายแสนร้อนแสบแดด
ปลาตากแห้งสองตัวสนทนากันถึง
ความฝันในนิทราตลอดกาล ของกัน
........
ฝันหนึ่งในนิทราเนิ่นนานเนิบนาบ
ข้าพเจ้ารู้สึกถึงท้องทะเลกว้างใหญ่
ยินเสียงคลื่นกำลังเรียกหา
จากที่ไกลแสนไกล
ข้าพเจ้าได้หวนกลับคืนไปในที่ที่ข้าพเจ้าจากมา
มหาสมุทรเวิ้งว้างว่างเปล่า ดังสันติสถิตอยู่ทุกทั่วที่
ข้าพเจ้าไม่อาจมองเห็นสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งตัวข้าพเจ้าเอง
แสงสีทองเรื่องรองระยิบระยับ ขลิบขอบรอยคลื่นเห่กล่อม
ภาพฝันงดงามติดตา แต่ทว่าวังเวงเงียบงัน
ฝันหนึ่งนั้นในนิทราดังนิรันดร์กาล
ทรมานในคลื่นคลาดสาดสัด
ข้าพเจ้ารู้สึกถึงคำพิพาาคแห่งมหาสมุทร
ภายใต้พื้นน้ำราบเรียบและเย็นเยียบ
ในห้วงทะเลว่างเปล่านั้น
นอนตะกอนทับทมด้วยกิเลสตัณหา จมดิ่ง
บาปกรรมแหวกไหววนเวียนไม่สิ้นสุด
แสงสีทองเรืองร้อนคล้ายเปลวเพลิงเริงร่า
ระยิบระยับจับเกลียวคลื่นเคลือนกลบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดังภาพฝันคล้ายภาพหลอน ข้าพเจ้าเหนื่อยหน่าย
บนโลกที่แปลปรวนและกำลังร้อนขึ้นทุกวันๆใบนี้ โลกที่น่าสงสารถูกขับเคลื่อนเติมแต่งด้วยเหตุการณ์ความเป็นไปของมนุษย์โลก ภาพฝันแห่งอนาคตปรากฏขึ้นในมโนนึกของสิ่งไม่มีชีวิตสองตัว บอกเล่าปรากฏการณ์ที่ยังมาไม่ถึง ท้ามกลางความจริงและไม่จริงที่ผู้คนรับรู้ บางคนกำลังกรีดร้องด้วยความริษยา บางคนกำลังร้องรำอย่างสนุกสนาน บางคนกำลังนินทากันอย่างมีความสุข บางคนกำลังตะโกนต่อสู้อย่างบ้าคลั้ง บางคนกำลังโฆษณาชวนเชื่อ หรือบางคนกำลังเร่ขายวิญญาณบาป ทุกวันนี้ หเราส่วนใหญกำลังทำอะไรกันอยู่ในขณะที่อวสารกำลังเดินทางมาหาในไม่ช้านี้
