วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สวัสดีความทุกข์

ทรมานอย่างชินชา

ทุกข์ทนอย่างเชื่องช้า

คล้ายย่ำเย็นสูคืนมืดมิด

ฟ้าหลัวไร้แสงส่องสุขในเงา

ทนแท้ถ่ายถอนทรมานเรื่อยไป


ฉันถูกกักขังในมุมเมื่องที่ทุกข์ทรมาน

ทุกขณะ ทุกข์ขณะ

ทุกข์คน ทุกคน

ฉันแผดเสียงกรีดร้องออกมา

อย่างเงียบงันที่สุด

ฉันเกลียดทุกสิ่งอย่าง

ในขณะนี้

ได้แต่โกรธเก็บทับถม

ฉันส่งสารตัวเองเหลือเกิน

ที่อ่อนล้าร่ำไห้

กับความมุ่งมั่นที่ปวกเปียก

และความปรารถนาที่ล้มเหลว

กรุงเทพช่างวุ่นวานซับซ้อนสับสน

เมื่องนี้มันโหดร้ายกับฉันนัก

ทั้งๆที่ฉันเกิดและเติบโตในแดนดินศิวิลัยนี้

แล้วฉันก็ค้นพบว่ามันไร้ความปราณี

ไม่ว่าใครก็ตาม

มองดูสิแสงสีสวยงามในคืนฝนกระหน่ำ

มายาพราวพรายคล้ายแดนสวรรค์

หรือนรกลวงล่อผู้คนโหยหา

นำพาวิญญาณอ่อนล้า ขายให้กับมัจจุราช เพื่อแลกกับเงินตราวัตถุ


พรากมันไปเสียสิ จิตวิญญารของฉันมันโรยแรงเกินกว่าจะต่อตานอีกแล้ว

พรากมันไปเสียสิ วันเวลาของฉัน มันได้มอดหมดหม่นหมอง ไร้รูปรอยแม้เศษเสี้ยว

ฉันเจ็บปวดในขณะทุกข์ และไม่รับรู้จักความเจ็บปวดใดๆในโลกอื่นอีก

ฉันเจ็บปวดเสียจนไม่อยากจะจดจำสิ่งใดอีก

ในเมื่อทุกสิ่งที่ฉันได้มา

กลับต้องจ่ายสิ้นไปให้กับการดิ้นรนค้นหาความหมายที่ไม่มีความหมาย


หรือนี้อาจไม่ใช้ความผิดของเมื่องนี้

หรือมันเป็นเพราะ ตัวฉันเองที่อ่อนแอและเชื่องช้า

เอาแต่พร่ำเพ้อกับความฝันล่องลอย

อ่อนแอเกินไป ฉันควรลาจากมันไปเสียที



บางวันในรถแท็กซี่ ท้ามกลางสายฝนและการจราจรตายด้้าน

บางวันบนรถไฟฟ้า เคลื่นที่ด้วยความเร็วสูอย่างเหนื่อล้า

บางวันในตารางเซนติเมตรเล็กๆของห้องน้ำสาธรณะ ฝนตกหนักบนดวงหน้า

บางวันที่ห้องประชุมสี่เหลี่ยม พายุเมฆครึ้มมืดอยู่ภายใน

บางวันระหว่างจอสีเหลี่ยม รังสีอำมหิตกำลังสูปวิญญาณ

ทุกวันในเมืองกรุงแสนศิวิลัย ฉันกำลังทุกข์ทรมาน



ลาก่อนกรุงเทพ