ปฏิเสธ
ราวกับความวิจิตรในถ้อยคำ
คือลมหายใจของกวีผู้เจ็บป่วย
คุณกล่าวชมดวงตามืดดำนั้นว่าสวยงาม
ทว่า ในดวงตานี้อาจไม่ใช้บานหน้าต่างลึกลับที่คุณใฝ่หา
หากฉันมีใจโหดร้าย
การกล่าวคำปฎิเสธอาจง่ายดาย
คลายว่าปัดรำคาญฝุ่นผงที่เกาะติด
โลกนี้ไร้ความปราณี แต่มิได้เจ็บปวดเช่นความเพ้อฝันคร่ำครวญ
เพียงลืมตาตื่นแลเพ่งพินิจ
ความจริงหรือเหนือจริง เทียบเคียงชิดใกล้
อย่างได้ตู่ตะคิดเอาเองว่าฝันคือจริง
หากคุณเข้าใจ
โปรดอย่าได้ตัดไมตรีเลยเพื่อนเอย
การคุกคามจิตใจฉันโดยพร่ำคำหวานละมุน
อาจเปลี่ยนความปรารถนาดีเป็นความเกลียดชัง
ขออภัยหากว่ามารยาฉันมันไปแตะต้องให้คุณไหวหวั่น
ฉันเพียงต้องการผูกมิตรด้วยความสัตย์จริง
และแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าเล่าเรื่องเรื่อยไป
.
.
.
สารภาพ
หากฉันเป็นเด็กสาวไร้เดียงสา
ฉันคงหลงรักเธออย่างมากมาย
เธอคล้ายดาวตกในราตรีที่ฉันเฝ้ามองดูดวงดาวพร้างพราย
ฉันเองก็ไม่อาจปติเสธ สายตาเธอในคำคืนนั้น
คิดไปว่าฝัน จึงเผลอไผลได้เคลิบเคลิ้ม
ฉันระรึกตื่นรู้ตัว ลืมไปว่าเป็นฝันฟุ้ง
โลกนี้มันวุ่นวายและมากมาย
คนเอย ซับบซ้อนสับสนเกินความเข้าใจ
เมื่อเธอเจ็บปวดที่จะสบตาฉันอีกครั้ง
ฉันจะหายไปไม่ปรากฏ
แต่หากไมตรียังเหลือไว้
ขอเธออภัย ในเหตุการณ์ที่อ่อนไหว
ในความเรียบงายเราก้าวเดินสวนทางซับซ้อน
.
.
.
ความรู้สึก และคิดไป
แด่ กวีหนุ่มที่ฉันได้ลืมใบหน้าของเขาไปแล้ว
